

<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>dpStudioTrainingCenter &#187; การออม</title>
	<atom:link href="http://www.dp-studio.com/training/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dp-studio.com/training</link>
	<description>จัดฝึกอบรม สัมนา พัฒนาบุคลากร จัดเวิร์คช็อปองค์กร สถาบันการศึกษา บริหารกิจกรรมศิลปะและการออกแบบสร้างสรรค์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Nov 2017 15:15:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.6.1</generator>
		<item>
		<title>ประกันชีวิตแบบออมเงิน ได้ประโยชน์แค่ไหน</title>
		<link>http://www.dp-studio.com/training/insurance-saving/</link>
		<comments>http://www.dp-studio.com/training/insurance-saving/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2015 05:37:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[การออม]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dp-studio.com/training/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนที่ไปฝากเงินที่แบงค์ด้วยตัวเองบ่อยๆ คงจะเคยชินกับการที่พนักงานแบงค์ ชวนให้เราทำประกันแบบออมเงิน โดยอธิบายให้เห็นว่า ได้ผลตอบแทนดี ได้รับเงินคืนทุกปี อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองหากเสียชีวิต ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่แบงค์ทั้งหลายนำมาเสนอในรูปแบบนี้ก็จะคล้ายๆกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝาก 8 ปี คุ้มครอง 15 ปี สมมุติว่าฝาก ปีละ 27,768 บาท ทุนประกัน 100,000 บาท รวมเงินต้นที่ต้องฝากใน 8 ปี คือ 222,144 บาท ตั้งแต่ปีที่ 3 – 14 จะได้รับเงินคืน 5%&#46;&#46;&#46;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-311" alt="dp001" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/dp0011.jpg" width="693" height="383" /></p>
<p>หลายคนที่ไปฝากเงินที่แบงค์ด้วยตัวเองบ่อยๆ คงจะเคยชินกับการที่พนักงานแบงค์ ชวนให้เราทำประกันแบบออมเงิน โดยอธิบายให้เห็นว่า ได้ผลตอบแทนดี ได้รับเงินคืนทุกปี อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองหากเสียชีวิต ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่แบงค์ทั้งหลายนำมาเสนอในรูปแบบนี้ก็จะคล้ายๆกัน ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>ฝาก 8 ปี คุ้มครอง 15 ปี</strong></span></p>
<p>สมมุติว่า<span style="color: #993300;"><strong>ฝาก ปีละ 27,768 บาท</strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>ทุนประกัน 100,000 บาท</strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>รวมเงินต้น</strong></span>ที่ต้องฝากใน 8 ปี คือ <span style="color: #993300;"><strong>222,144 บาท</strong></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ตั้งแต่ปีที่ 3 – 14 จะได้รับเงินคืน 5% ของทุนประกัน (1แสน) คือ <span style="color: #993300; text-decoration: underline;">ปีละ 5,000 บาท</span></strong></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>เมื่อครบกำหนด (หลังจากปีที่ 15) ได้เงินคืน 190% ของทุนประกัน คือ<span style="color: #993300; text-decoration: underline;"> 190,000 บาท</span></strong></span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-309" alt="dp004" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/dp004.jpg" width="772" height="427" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">สังเกตดีๆว่า เงินที่ได้คืนเมื่อครบกำหนด นอกจากจะไม่เท่ากับจำนวนเงินต้น ที่เราฝากไปทั้งหมด คือ 222144 บาท แล้วยังน้อยกว่าอีกด้วย เพราะส่วนหนึ่งคือ <span style="color: #000000;">เงินประกัน</span></span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">นั่นคือเหตุผลที่ คนขายประกันที่แบงค์ เขาไม่เรียกเงินที่ให้ปีละ 5000 ว่าดอกเบี้ย หรือ ปันผล แต่กลับเรียกมันว่า &#8220;เงินคืน&#8221;</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">เพราะส่วนหนึ่ง มันก็คือ เงินต้น นั่นเอง</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่เข้าใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่จะงงๆกับตัวเลข คิดตามไม่ทัน ก็จะเผลอถูกทำให้เข้าใจผิดไปว่า ฝากเงินแค่ปีละไม่ถึงสามหมื่น แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาปีนึงตั้ง 5000 บาท โอ้โห&#8230;มันเยอะเหลือเชื่อ</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">นั่นนะสิ มันเหลือเชื่อ แล้วจะเชื่อได้ยังไง แต่คนก็หลงเข้าใจผิดกันเยอะ !!!</span></strong></p>
<p><img class="alignnone  wp-image-275" alt="money002" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/money002.jpg" width="693" height="180" /></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>รวมเงินทั้งหมดที่เราได้</strong></span>เมื่อครบกำหนด หลังจากปีที่ 15 คือ (5000 X 12) + 190,000 = <span style="color: #000000;"><strong>250,000 บาท</strong></span></p>
<p>คิดเป็น ‘<span style="color: #000000;"><strong>ผลตอบแทนจากการทำประกัน 15 ปี</strong></span>’ คือ 250,000-222,144 = <strong><span style="color: #000000;">27,856 บาท</span></strong></p>
<p>แต่ถ้าเราไม่ทำประกันแบบออมเงิน แล้วเอาเงินนี้มาลงทุนอย่างอื่น</p>
<p>โดยเปรียบเทียบกับการออม (หรือลงทุนอย่างอื่น ซึ่งไม่มีความเสี่ยงมากระทบกับเงินต้น)  ที่ให้อัตราผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยขั้นต่ำ 2% ต่อปี และทบต้นไปเรื่อยๆ</p>
<p>ลองเปรียบเทียบดูว่า อะไรจะคุ้มกว่ากัน</p>
<p><img class="alignnone  wp-image-268" alt="money001" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/money001.jpg" width="693" height="600" /></p>
<p>จากตารางนี้จะเห็นว่า การลงทุนในจำนวนเงินที่เท่ากัน คือ 222,144 บาท ในระยะเวลา 15 ปี</p>
<p>ถ้าเป็นการทำประกันแบบออมเงิน จะได้กำไร = 27,856  บาท</p>
<p>ในขณะที่การลงทุนให้ผลตอบแทน 2%แบบทบต้น จะได้กำไร = 51,620 บาท</p>
<p>ซึ่งมากกว่ากำไรจากการทำประกันแบบออมถึง 185% หรือพูดง่ายๆคือ เกือบ 2 เท่า</p>
<h3>คุณสามารถนำบัญชีเงินฝากไปค้ำประกันสำหรับการกู้ยืมหรือทำธุรกรรมได้ แต่กรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น จะนำไปค้ำประกันเงินกู้ไม่ได้</h3>
<p>และในทางกลับกัน การเก็บเงิน ก็มีความเสี่ยงถ้าดอกเบี้ยลดลง และที่สำคัญคือ ถ้าคุณยังฝากไม่ถึงแสน ก็ไม่มีใครมาชดเชยอะไรให้ ในขณะที่การทำประกันนั้น หากบังเอิญคุณตายก่อนที่จะฝากเงินได้เท่าทุนประกัน เช่น ฝากไปสัก 3 ปี เกิดตายกะทันหัน เพิ่งจ่ายไปราว 7 หมื่นกว่าบาท แต่ทุนประกันของคุณคือ 1แสนบาท คุณก็จะได้รับความคุ้มครอง 1แสน แต่ถ้าหากคุณตายหลังจากที่คุณฝากไปเกินแสนเยอะๆแล้ว ความคุ้มครองหรือทุนประกันนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรนัก เพราะผู้รับประโยชน์ของคุณคงเลือกที่จะเคลมยอดเงินที่คุณฝากไปออกมา มากกว่าเคลมเอาทุนประกันซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่า</p>
<p><img class="alignnone  wp-image-298" alt="003" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/003.jpg" width="720" height="104" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">ก่อนอื่น คุณต้องเข้าใจว่า การประกัน ก็คือเงินที่จ่าย (ทิ้ง) เพื่อป้องกันความเสี่ยง </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">การที่แบงค์เขาเอา การประกันชีวิต มารวมกับ การออมเงิน ก็เพื่อให้คนรู้สึกว่า ไม่ได้จ่ายเงินทิ้งไปฟรีๆ (ในกรณีที่ไม่ตาย และไม่ได้ประโยชน์จากประกันชีวิตเลย) แต่ยังชื่นใจที่ได้ผลตอบแทนนิดหน่อย จากการออมที่พ่วงเข้ามา โดยแบงค์ก็ได้ประโยชน์เต็มๆ  เพราะเขาได้เงินจากเราไปเข้าแบงค์ ในต้นทุนที่ต่ำมาก แต่ในส่วนของประกัน ถ้าเราไม่ตาย ก็เหมือนเอาเงินไปให้เขาฟรีๆ ประดุจการพนันขันต่อที่มีเงินค่าความตายเป็นเดิมพัน</span></strong></p>
<p>แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า การออมเงินแบบประกันจะเป็นสิ่งเลวร้าย เพราะถ้ามันเลวนัก เขาก็คงขายไม่ได้หรอก จริงไหม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-295" alt="dp002" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/dp0021.jpg" width="693" height="383" /></p>
<h2><span style="color: #000080;">การออมเงินแบบประกัน มีประโยชน์ถ้า</span></h2>
<p>1. คุณต้องการนำตัวเลขที่จ่ายประกันไปขอลดหย่อนภาษี</p>
<p>2. ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการลงทุนและดอกเบี้ยที่อาจลดลงในอนาคต</p>
<p>3. ป้องกันความเสี่ยงจากการสูญเสียชีวิตหรือทุพลภาพ</p>
<p>ดังนั้น หากคุณไปแบงค์คราวหน้า แล้วพนักงานแบงค์มาชวนคุณทำประกันแบบนี้ ก็ลองพิจารณาดูว่า มันใช่ ในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่</p>
<p>ถ้าคุณมีการลงทุนอื่นที่ดีกว่า ได้ประโยชน์มากกว่า ไม่ต้องการเอาเงินประกันไปลดหย่อนภาษี หรือไม่จำเป็นต้องดูแลใครถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันกับชีวิต ก็ไม่ต้องทำ</p>
<p>แต่ถ้าประโยชน์จากประกัน ตอบโจทย์ชีวิตคุณ ก็ทำซะ &#8230; เก็บเงินไว้ ถึงจะได้ผลตอบแทนน้อยหน่อย ก็ดีกว่าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือย&#8230;จริงไหม</p>
<p><a href="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/001.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-291" alt="001" src="http://www.dp-studio.com/training/wp-content/uploads/2015/07/001.jpg" width="1068" height="1262" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dp-studio.com/training/insurance-saving/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
